Katper

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

บ้านน้ำตกของแฟรงค์ ลอยไรท์

ใครที่ชื่นชอบบ้านแบบธรรมชาติ ไม่ควรพลาดชมบ้านน้ำตกหลังนี้ เป็นบ้านที่สร้างมานานแล้ว โดยสถาปนิกเอกชาวอเมริกัน คือนาย Frank Lloyd Wright และสถาปนิกทุกคนก็จะรู้จักกับบ้านหลังนี้ดี เพราะเป็นแบบอย่างการออกแบบมาตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือ แนวการออกแบบแนว contemporary นี้ เราจะเห็นได้ว่ามันเป็นแบบที่ร่วมสมัยจริงๆ แม้ว่าเวลาผ่านเลยมากว่า 73 ปีแล้ว (บ้านนี้สร้างเสร็จเมื่อปี 1935) ก็ไม่รู้สึกว่าบ้านหลังนี้เก่า หรือเชยแต่ประการใด แต่บ้านที่สร้างกันแนวอื่นๆที่ไม่ร่วมสมัยนี่ ผ่านมาไม่เกิน 20 ปี ก็ดูเชยเสียแล้ว ปัจจุบันบ้านหลังนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปเสียแล้วเพราะทายาทของ Kaufmann ได้ยกบ้านหลังนี้ให้กับ Western Pennsylvania Conservancy ไปตั้งแต่ปี 1964 แล้ว จึงได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ให้คนทั่วไปได้เข้าชม แต่เขาก็อนุรักษ์ตัวบ้านไว้ทุกอย่างที่ Frank Lloyd Wright ได้ออกแบบไว้ ไม่ได้ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงไปแต่ประการใด เพียงแต่ต้องคอยซ่อมแซมให้คงสภาพดีไว้ดังเดิม เพราะจนถึงปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมบ้านหลังนี้เกือบ 5 ล้านคนเข้าไปแล้ว


 









บ้านประหยัดพลังงาน

จากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ในหลายๆ ประเทศวิเคราะห์กันว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ที่เผาผลาญน้ำมัน ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (greenhouse gases) ออกสู่บรรยากาศเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก๊าซเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่กักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ไม่ให้คายออกไปสู่บรรยากาศ ส่งผลให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น

ดังนั้นการช่วยกันรณรงค์อย่างเป็นรูปธรรม เริ่มได้จากตัวของคุณเอง ว่ากันว่าบ้านยุคใหม่นอกจากจะเน้นความสวยงามพื้นที่ใช้สอยแล้ว ผู้บริโภคยังหันมาใส่ใจถึงการประหยัดพลังงานตั้งแต่เริ่มออกแบบกันเลยทีเดียว บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการบ้านจัดสรรภายใต้แบรนด์ "ชวนชื่น" และ "สิรีนเฮ้าส์" ได้รวบรวมเคล็ดลับดีๆ ที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการช่วยลดภาวะโลกร้อนจากบ้านของคุณมาฝาก

"พรชัย วงศ์วรรณะดิลก" ผู้จัดการฝ่ายออกแบบ บมจ.มั่นคงเคหะการ บอกว่า บ้านจะสามารถประหยัดพลังงานได้มากน้อยเพียงใดนั้นอยู่ที่การออกแบบ โดยปัจจัยที่ต้องพิจารณาเริ่มตั้งแต่ การวาง lay out หรือวางแปลนบ้าน ซึ่งจะต้องคำนึงถึงทิศทางของแดด, ลม และฝน ที่ปัจจุบันมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น ข้อจำกัดของขนาดที่ดิน, ระยะห่างจากบ้านข้างเคียงซึ่งควบคุมได้ยาก

ที่สามารถทำได้คือการให้ความสำคัญกับการระบายอากาศภายใน การให้แสงสว่างเข้าถึงพื้นที่ใช้สอยในตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสม เช่น โถงบันได, ทางเดิน, ห้องน้ำ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันลง

นอกจากนี้การสร้างมุมพักผ่อนรอบๆ บ้าน ไม่ว่าจะเป็นเฉลียง, ระเบียงบ้าน หรือศาลาพักผ่อนภายในสวน ในตำแหน่งที่เหมาะสมและสัมพันธ์กับขนาดที่ดิน สามารถต่อเชื่อมกับพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน เช่น ห้องพักผ่อน, ห้องทานอาหาร, ห้องนอน ฯลฯ ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศของการพักผ่อนในลักษณะ open air ทำให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติรอบข้าง เช่น สวน, บ่อน้ำ

ซึ่งนอกจากจะเสริมองค์ประกอบในบ้านให้ครบถ้วนแล้ว การเกิดร่มเงาจากพันธุ์ไม้รอบบ้านก็จะช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดกระทบผนังบ้านโดยตรง ลดการสะสมของความร้อนได้

สำหรับแนวคิดในการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานของบริษัท นอกจากประโยชน์ใช้สอยและความสวยงามแล้ว ยังเน้นถึงปัจจัยต่างๆ ที่ช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงาน โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้

- การเพิ่มฉนวนกันความร้อนให้กับหลังคา เลือกใช้กระเบื้องหลังคาที่มีผิวมันและมีสีอ่อน ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการสะท้อนความร้อนได้ดี

- ชายคา มีระแนงระบายอากาศ ช่วยในการถ่ายเทความร้อนให้กับบ้านได้

- เพิ่มและวางตำแหน่งของช่องหน้าต่าง, ช่องแสง, ช่องระบายอากาศ ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด พยายามให้มีการระบายอากาศที่ดี มีทิศทาง ลมเข้าและออก

- การเลือกใช้โทนสีทั้งภายในและภายนอก ที่เน้นสีอ่อนและสว่าง ทั้งสีทาผนัง, wallpaper

- กระเบื้องปูพื้น-บุผนัง แม้จะเลือกใช้วัสดุธรรมดา เช่น ผนังก่ออิฐ หรือผนังไม้ฝาสำเร็จรูป แต่การออกแบบให้มีชายคายื่นยาวปกคลุม มีเฉลียง ระเบียง กันสาดยื่นกันแดด ก็ช่วยไม่ให้ผนังถูกแสงแดดกระทบโดยตรง

นอกจากนั้นการหาวัสดุทดแทนไม้จริง เช่น ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียม, พื้นลามิเนต รวม ทั้งการเลือกสุขภัณฑ์รุ่นประหยัดพลังงาน ก็ล้วนช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่า และลดการใช้พลังงานได้อีกทาง




ที่มา:http://www.banidea.com/modern-eco-home-design/modern-exterior-eco-home-1/

บ้านหมุนได้360องศา

ฮวงจุ้ยบ้าน ที่เราสามารถแก้ไขได้เอง มาดูวิธีปรับฮวงจุ้ยบ้าน แบบง่ายๆ ที่สามารถทำได้เอง

ปัญหาที่หลายๆ คนมักจะประสบกันอยู่เสมอ เวลามีคนมาทักว่า บ้านของตัวเองผิด ฮวงจุ้ย ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี จะแก้ไขฮวงจุ้ยที่ผิดก็ไม่รู้วิธี แถมคนที่ทักว่าไม่ดีผิดฮวงจุ้ย ก็ไม่รู้วิธีแก้อีก ก็ยิ่งทำให้เจ้าของบ้านเกิดความกังวล กลัวจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นภายในบ้าน

      ส่วนใหญ่เจ้าของบ้าน จะใช้วิธีวิ่งหาซินแสฮวงจุ้ย มาช่วยแก้ให้ ซึ่งทำให้เสียเงินเสียทองค่อนข้างจะมาก ทั้งๆ ที่บางทีเป็นเรื่องง่ายๆ ที่สามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งซินแสเลย โดยจะยกกรณีที่มักจะพบเจอกันอยู่บ่อยๆ และไม่ยุ่งยากในการแก้ไขมากนัก เพราะเรื่องของการแก้ไขฮวงจุ้ยที่ไม่ดีนั้น มีมากมายหลายวิธีด้วยกัน

      ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจถึงวิธีการแก้ฮวงจุ้ยว่า มีวิธีอะไรกันบ้าง หลักการแก้ ฮวงจุ้ย เท่าที่ผมสรุปออกมาได้ก็จะมีอยู่ 5 วิธีคือ 1. หลบหลีก 2. หักเห 3. ปรับเป็นพวกเดียวกัน 4. สลายออก และ 5. ต่อสู้ป้องกัน การจะนำวิธีไหนมาใช้นั้น จะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของบ้านหลังนั้นเป็นหลัก


...ประตูบ้าน...

      ประตูหน้าบ้านตรงกับประตูหลังบ้าน กรณีนี้จะเจอกันอยู่บ่อยๆ ในทาง ฮวงจุ้ย จะบอกว่า ทำให้เงินไหลออก เรียกว่า หาเงินมาเท่าไหร่ก็ไหลออกหลังบ้านหมด การแก้ไขกรณีนี้ ไม่ยากเลยครับ วิธีที่นิยมใช้กันมากก็คือ หาฉากหรือตู้โชว์มากั้นระหว่างประตูหน้ากับประตูหลังบ้าน กระแสที่พุ่งตรงระหว่างสองประตู ก็จะถูกหักเหออกไปอีกวิธีหนึ่ง ย้ายประตูหลังหลบประตูหน้า โดยย้ายไปเปิดด้านข้างแทน อย่าลืมว่า บ้านจะต้องมีประตูหลังเสมอ นี่เป็นกฎพื้นฐานในทางฮวงจุ้ย บางคนแก้ไขประตูตรงกัน โดยการปิดประตูหลังเสีย หลังบ้านจึงทึบไม่มีทางออก ตำราบอกว่า จะส่งผลให้บ้านหลังนั้น อุดตัน อับโชค

      ซึ่งถ้ามองตามหลักเหตุผล ก็จะหมายถึง บ้านจะอับลม เพราะธรรมชาติของลมจะต้องมีทางเข้าและทางออก อากาศถึงจะถ่ายเทได้ดี การแก้ไขอะไรก็แล้วแต่ จะต้องดูที่ผลกระทบข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย ไม่ใช่แก้อย่างหนึ่งแล้วไปเสียอีกอย่างหนึ่ง อย่างนี้ก็ต้องตามแก้กันไม่รู้จบ


...ห้องครัว...

      กรณีที่พบบ่อยจะเป็นเรื่องตำแหน่งเตาไฟ กับซิงก์น้ำ ตามหลักฮวงจุ้ยจะบอกเอาไว้ว่า สองสิ่งนี้ห้ามอยู่ใกล้กัน หรือตรงข้ามกัน เพราะเตาเป็นธาตุไฟ ซิงก์เป็นธาตุน้ำ ไฟกับน้ำ เป็นธาตุปะทะกัน ส่วนใหญ่การวางเตาไฟกับซิงก์จะวางแยกกันในลักษณะตัวแอล เตาอยู่ด้านหนึ่ง ซิงก์อยู่ด้านหนึ่ง

      กรณีที่เตากับซิงก์น้ำอยู่ติดกัน ให้พิจารณาก่อนว่า ระยะห่างมีมากน้อยแค่ไหน ถ้าห่างเกิน 1 เมตร ถือว่าไม่จำเป็นต้องแก้ เพราะผลกระทบจะไม่เกิด แต่ถ้าอยู่ติดกัน วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ ย้ายอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา แต่ถ้าทำไม่ได้ ให้หาฉากสแตนเลสกันความร้อนมากั้นตรงกลาง ก็ถือว่าใช้ได้

      ส่วนกรณีที่เตาไฟกับซิงก์น้ำอยู่ตรงข้ามกัน ถ้าห้องครัวมีพื้นที่กว้างพอ ให้ใช้โต๊ะมาวางขั้นกลาง แต่ถ้าห้องครัวแคบ ต้องย้ายอย่างใดอย่างหนึ่งออกไป


...ห้องส้วม...

      ลักษณะผิด ฮวงจุ้ย ที่พบบ่อยก็คือ โถส้วม (ชักโครก) มักจะวางตรงกับประตูห้องส้วม พูดง่ายๆเวลาเปิดประตูก็เห็นชักโครกพุ่งเข้าหาคนที่เดินเข้า อย่างนี้ถือว่าผิดแน่นอน วิธีแก้ไข ย้ายโถส้วมเข้าด้านใน ซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ค่อนข้างจะยาก เพราะจะต้องย้ายท่อน้ำเสียตามไปด้วย

      อีกวิธีหนึ่ง ให้หันโถส้วมไปในทิศทางที่ไม่ตรงกับประตู แทนที่จะพุ่งตรงออกมา ก็หันไปด้านข้างแทน โดยที่ไม่ต้องย้ายตำแหน่ง หรือ ถ้าไม่อยากย้ายโถส้วมก็อาจจะเลือกแก้โดยการเปลี่ยนตำแหน่งของประตูแทนก็ได้ ถ้าไม่อยากย้ายอะไรเลย ก็ให้ปิดประตูห้องส้วมไว้เสมอ พยายามเปิดประตูเข้าออกให้น้อยที่สุด ก็จะช่วยลดผลกระทบลงได้


...ห้องนอน...

      ห้องนอนถือเป็นห้องสำคัญที่สุดในบ้าน มีข้อบัญญัติมากมายเกี่ยวกับห้องนอน แต่ที่พบเจอบ่อยๆก็จะเป็นเรื่องการวางเตียง ตำแหน่งต้องห้ามในทางฮวงจุ้ยคือ ห้ามวางเตียงตรงกับประตู หรือนอนขวางประตูห้อง นั่นเอง

      การแก้ไขที่ดีที่สุดคือ ย้ายเตียงหลบ หรือไม่ก็ย้ายประตูห้อง การย้ายเตียงหลบน่าจะดีกว่า ถ้าย้ายไม่ได้ก็ต้องหาฉากมากั้นระหว่างประตูกับเตียง

      หัวเตียงเป็นหน้าต่าง หลายคนกังวลกับเรื่องนี้มาก ตำราฮวงจุ้ยพูดเอาไว้จริง แต่การแก้ไขง่ายนิดเดียว แค่ติดม่านแล้วปิดเวลานอน ปัญหาก็หมดไป

 ที่มา:http://fengshui.horoworld.com/6457_%E0%B8%AE%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%AE%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87

เลือกของที่เป็นมงคลเสริมให้บ้านน่าอยู่

การเลือกอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน นอกจากเพื่อความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยภายในบ้านแล้ว บางประเภทก็เลือกเพราะที่มาที่ไปมีความหมายดีเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัยก็แล้วแต่ความเชื่อที่แตกต่างกันไป เช่น

ภาพทะเลหรือแม่น้ำ ถือว่าเป็นภาพที่มีลักษณะของการบันดาลโชคลาภมาสู่บ้านได้ดี แต่ต้องเป็นภาพที่มีลักษณะของท้องทะเลหรือแม่น้ำที่ไหลเข้าสู่ตัวบ้านนะครับ จึงจะถือว่าเป็นสิริมงคล เพราะถ้าเป็นภาพที่มีลักษณะไหลออกจากตัวบ้านจะถือว่าเงินทองไหลออกนอกบ้านครับ

ภาพดวงอาทิตย์ และ ดวงจันทร์ ภาพที่มีดวงอาทิตย์ประกอบอยู่ด้วย เป็นภาพแห่งความเป็นสิริมงคลบันดาลให้เกิดความสุข ชีวิตเต็มไปด้วยพลังแห่งความหวัง ความกระตือรือร้นและหากเป็นภาพที่มีดวงจันทร์ประกอบอยู่ จะบันดาลความร่มเย็นนอกจากนี้ยังนำโชคในเรื่องความรักมาสู่ท่านด้วยครับ

นำอ่างน้ำพุมาแต่งบ้าน เป็นการสะท้อนลักษณะความร่ำรวยของเจ้าของบ้าน แต่ในการวางอ่างน้ำพุนั้นต้องไม่วางใกล้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ในบ้านเพราะพลังงานของน้ำและไฟจะก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในบ้านครับ

แต่งบ้านด้วยเรือ เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงและการเดินทาง ถือว่าเป็นของที่ดีมาก ซึ่งจะบันดาลให้คุณมีโอกาสไปต่างประเทศ มีเงินทองมั่งคั่งสมบูรณ์พูนสุข เหมาะสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจทุกประเภท แต่ห้ามหันหัวเรือออกนอกบ้านนะครับ

แต่งบ้านด้วยม้า ต้องเป็นม้าที่มีลักษณะแข็งแรง สมบูรณ์และไม่ดุร้าย วางในห้องรับแขกหรือโต๊ะทำงาน จะส่งผลให้มีอำนาจความสำเร็จและมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศ แต่ห้ามหันหัวม้าออกนอกห้องหรือหน้าต่างและไม่ควรวางม้าไว้ในห้องนอนเพราะจะทำให้สุขภาพไม่ดี เกิดความระหองระแหงกันระหว่างสามี ภรรยา ม้าขาวนำโชคทางการเงิน ม้าน้ำนำมาซึ่งชัยชนะ ส่วนม้าดำไม่เหมาะที่จะนำมาแต่งบ้านเลยแม้จะมีลักษณะดีก็ตาม

แต่งบ้านด้วยธงชาติ ช่วยเสริมมงคลความสำเร็จในหน้าที่การงาน ควรจัดไว้ในห้องทำงานหรือห้องรับแขก เชื่อกันว่าเป็นเครื่องหมายของโชคอันยิ่งใหญ่ บันดาลให้เจ้าของบ้านมียศศักดิ์สูง มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่ชื่นชอบยกย่องของคนทั่วไปครับ

คนรักบ้านก็เลือกซื้อเลือกหากันมาแต่งตามความชอบแล้วกันน่ะครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเรื่องของความเชื่อถือก็ให้ถือเสียว่าเป็นวิธีคิดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดตกแต่งอาคารบ้านเรือน เรื่องของกาลเทศะก็ไม่ควรมองข้าม เอาเป็นว่าถูกต้องตามความเหมาะสมตามหลักเคหะศาสตร์ของการอยู่เย็นเป็นสุขและมีความหมายดีสำหรับบ้านก็แล้วกันครับ








ดูแลอย่างดี

                    บ้านไม่ว่าจะมีการตกแต่งที่แพงแสนแพงแค่ไหน จะน่าอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีการดูแล และบำรุงรักษาอย่างดีเท่านั้น การดูแลบ้านให้อยู่ในสภาพดี เป็นหัวใจหลัก สำคัญที่จะทำให้บ้านน่าอยู่หากปราศจากการดูแลอย่างดีแล้วบ้านก็คงไม่ต่างอะไร ไปจากห้องเก็บของเท่านั้น โดยทั่วไป การดูแลอย่างดี นั้นจำเป็นต้อง คำนึงถึงพื้นฐานของความน่าอยู่ 5 ประการดังต่อไปนี้
                    1. สะอาดและเป็นระเบียบ บ้านที่น่าอยู่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูสะอาดและเป็น ระเบียบอยู่เสมอ บ้านที่รกรุงรัง คงเป็นบ้านที่น่าอยู่ไปไม่ได้ นอกจากนี้ วัสดุและ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น หัวก็อก อ่างล้างจาน โถสุขภัณฑ์ ผ้าม่านและผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ควรมีการซักล้าง ปัดกวาด เช็ดถู หรือขัดลงเงาให้ดูใหม่เอี่ยมอยู่เสมอ ซึ่งการดูแลรักษาของเหล่านี้ทำได้ไม่ยาก โดยเราจะแนะนำใน โอกาสต่อไป
                    2. สดชื่น หากบ้านของใครที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี มีลมพัดผ่านและถ่ายเทตลอดทั้งวัน รวมทั้งตั้งอยู่ในสวนที่ร่มรื่น และมีกลิ่นหอมของดอกไม้ในธรรมชาติอบอวล ตลอดทั้งวันคงเป็นบ้านที่น่าอยู่ อย่างยิ่ง คนเราทุกคนย่อมใฝ่ฝันที่จะมีบ้านที่ดี แบบนี้อยู่เกือบทุกคน แต่หากไม่สามารถทำได้ การใช้ เครื่องหอมอ่อนๆ เช่น บุหงา หรือธูปหอม จะช่วยได้มากเลยทีเดียว


                    3. เย็นสบาย ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้บ้านน่าอยู่ และแขกที่มาเยี่ยมเยือนติดใจ คือบรรยากาศที่เย็นสบาย อาจจะเป็นเพราะลมธรรมชาติ หรือเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมก็ได้





เคล็ดลับในการทำบ้านให้น่าอยู่

การตกแต่งอย่างดี คือ การที่

                    1. สวยตามรสนิยมของคุณ ถ้าชอบแบบไหนก็ทำแบบนั้น เช่น บางคนชอบบ้านที่ให้บรรยากาศที่ พักผ่อน ดูสบาย อบอุ่น หรือบางคน ชอบบ้านที่สวย ทันสมัย มีสีสรร เป็นต้น คุณไม่จำเป็นต้องทำตาม สมัยนิยม โดยที่คุณไม่ชอบบ้านของคุณเป็นที่ที่คุณ และครอบครัวใช้เวลาอยู่กับมัน มากที่สุดไม่ใช่ นักออกแบบตกแต่งภายในของคุณ หรือผู้รับเหมา หรือแม้กระทั่งแขกที่มาเยี่ยมบ้านก็ตาม


                    2. มีประโยชน์ใช้สอยที่ครบถ้วน โดยบ้านที่ดีควร มีส่วนต่างๆ ครบคือส่วนรับแขก หรือนั่งเล่นส่วนทานอาหาร ครัว ห้องนอน ห้องน้ำ และห้องเก็บของ เป็นต้นหากใครจะมีห้องมากกว่านี้ เช่นมีห้อง Mini- Theatre เพื่อเอาไว้ ดูหนังฟังเพลง หรือห้อง Karaoke สำหรับให้ญาติสนิทมารวมกันร้องเพลง ตลอดจนห้อง Fitnessเพื่อออกกำลังกายด้วยก็ได้

                    3. มีพื้นที่ใช้สอยเหมาะสมตามการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งความต้องการ ในข้อนี้ มักจะแตกต่างกันออกไป เช่น หากคุณใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในครัว เพลิดเพลินกับการทำอาหาร และขนมชนิดต่างๆ คุณควรจะมีครัวที่ใหญ่ มีอุปกรณ์ครบถ้วน และสวยงาม แต่หากคุณใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งเล่น ในห้องรับแขก คุณก็ควรจะมีห้องรับแขกที่น่าอยู่ นั่งสบาย และลูกค้าบางราย อาจจะชอบแต่งตัวและ ใช้เวลาแต่งตัวนานเป็นพิเศษ ก็ควรจะสร้างห้องแต่งตัว ที่ไม่อึดอัด และมีที่นั่งแต่งตัวให้สบาย เป็นต้น และสุดท้าย คำว่า “ตกแต่งอย่างดี” ก็ต้องเหมาะสมกับงบประมาณของเจ้าของบ้านด้วยไม่ใช่ว่า ตกแต่งบ้านทีเดียว ต้องจนไปอีกนานงานตกแต่งภายในนั้นไม่จำเป็นว่าต้องใช้ของแพงเสมอไป เราสามารถใช้ของที่มีราคาถูกกว่า แต่เมื่อนำมาจับคู่สีกัน หรือวางรวมกัน ก็อาจจะ ดูดีกว่าของที่แพงกว่าได้โดยไม่ยากนัก ดังนั้น บ้านที่เสียค่าใช้จ่ายในการตกแต่ง มากกว่าก็ไม่จำเป็นต้องดูดีกว่าหรือน่าอยู่กว่าบ้านที่ เสียค่าใช้จ่ายในการตกแต่ง น้อยกว่า เสมอไป




การดูแลรักษาบ้าน


12 ไอเดียมุมพักผ่อนในบ้าน



ในช่วงเวลาของการพักผ่อน แน่นอนว่าแต่ละคนจะต้องมีมุมส่วนตัวเป็นมุมโปรดอยู่ที่ใดที่หนึ่งภายในบ้าน หากยังคิดไม่ออกว่าจะใช้มุมไหนก็มีวิธีง่ายๆ เนรมิตมุมพักผ่อนในบ้านที่ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้น
1. สร้างบรรยากาศในห้องให้เป็นธรรมชาติ ด้วยการทาผนังเป็นสีขาว และทำพื้นหินขัดสีขาวที่ดูสบายตา ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีธรรมชาติที่ไม่ต้องทำสี หรือใช้ของตกแต่งที่ทำด้วยวัสดุโปร่งใส ทำให้ห้องดูโปร่งสบายตาน่าพักผ่อนตลอดเวลา
2. เพิ่มความหวานให้บ้านไม้เก่า น่าพักผ่อนมากขึ้น ด้วยการติดวอลล์เปเปอร์ลายดอกไม้แสนหวานบนฝ้าเพดาน เพื่อช่วยปกปิดความไม่เรียบร้อยของฝ้าเดิม และให้ความรู้สึกเหมือนกับดอกไม้กำลังโปรยลงมา พร้อมทั้งใช้เฟอร์นิเจอร์หวายที่ดูเป็นกันเอง วางหมอนและผ้าปูโต๊ะลายดอกไม้สีสวย ก็ทำให้น่านั่งขึ้นเป็นกอง
3. กั้นห้องนั่งเล่นให้เป็นสัดส่วน ด้วยการออกแบบส่วนบนของผนังเป็นหน้าต่างกระจกบานหมุนที่สามารถพลิกเปิด – ปิดได้ ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี และดูโปร่งขึ้นก็สามารถพักผ่อนได้อย่างไม่อึดอัด
4. พักผ่อนในห้องนอนสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยการยกระดับพื้นขึ้นมา 15 – 20 ซม. ปูพื้นด้วยเสื่อตาตามิที่สั่งทำมาเป็นแผ่นให้พอดีกับพื้นที่แล้ววางฟูกนอน กับพื้น ใช้หน้าต่างบานเกล็ดไม้ปรับแสงแทนผ้าม่าน ก็ให้ความรู้สึกเรียบง่ายและผ่อนคลายแบบเป็นธรรมชาติ
5. พักผ่อนด้วยการอาบน้ำให้ชุ่มฉ่ำ ด้วยการทำหลังคาสกายไลท์ ทำ Rain Shower ด้วยแผ่นอะคริลิกใสที่ทำเป็นกระบะ เจาะรูให้น้ำไหลลงมาเป็นสายฝน แคนั้นก็สามารถอาบน้ำใต้แสงแดดอุ่นๆ ได้อย่างสบายอารมณ์ พร้อมกรุพื้นและผนังด้วยไม้ธรรมชาติให้รู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้น
6. ทำมุมเคาน์เตอร์บาร์ที่เน้นความโปร่งสบายไว้สังสรรค์ ด้วยการทำผนังกั้นห้องด้วยกระจกฝ้า ติดชั้นสำเร็จรูปไว้กับกรอบวงกบ (แต่ไม่ควรวางของหนัก) ให้มีระดับสูงต่ำต่างกันเพื่อความสวยงาม พร้อมทั้งทำเคาน์เตอร์ด้วยเหล็กกล่องและไม้อัดพ่นสีดำ ขึงลวดสลิงตกแต่งดูเท่ และโปร่งตา
7. ดึงความสดชื่นมาไว้ในห้องนั่งเล่น ด้วยการทำมุมนั่งเล่นไว้ริมหน้าต่างกระจกแล้วปลูกไม้พุ่มริมผนังให้สูง 80 ซม. ก็สามารถมองเห็นต้นไม้สีเขียวสดชื่นจากภายในห้อง โดยไม่ต้องปลูกต้นไม้ในบ้านให้ลำบาก และยังดูโปร่งสบายตาอีกด้วย
8. เพิ่มมุมน่ามองให้ห้องรับประทานอาหาร ด้วยการเปลี่ยนผนังทึบเป็นผนังกระจก แล้วทำแผงไม้ระแนงด้านนอกให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 60 ซม. เพื่อให้สามารถเดินเข้าไปดูแลได้ พร้อมปลูกไม้เลื้อยและแขวนไม้ประดับให้ดูชุ่มชื่น ก็ช่วยให้ดูสบายตาและยังคงรู้สึกเป็นส่วนตัวเหมือนเดิม
9. ทำห้องเล่นพูล สำหรับคนรักการพักผ่อนด้วยการทำกิจกรรม โดยเตรียมห้องขนาด 5.30 x 7.00 ม. เพื่อให้เล่นได้สะดวก หรือทำผนังห้องเป็นประตูบานเลื่อนที่สามารถเปิดได้กว้าง เพื่อขยายพื้นที่ห้องให้กว้างขึ้น แล้วยังสามารถปิดประตูไม่ให้รบกวนส่วนอื่นของบ้านได้ด้วย
10. ออกแบบหน้าบ้าน ให้เป็นมุมนั่งเล่นรับลมแบบเปิดโล่งไว้ริมสระว่ายน้ำ ด้วยการเลือกใช้ เฟอร์นิเจอร์ที่ดูโปร่งน่านั่ง แล้วติดผ้าม่านสีขาวโดยรอบเพื่อช่วยบังแสงแดดยามบ่าย และดูพลิ้วไหวให้ความรู้สึกเบาสบายยิ่งขึ้น
11. เพิ่มความสดใสและความเข้มขรึม ด้วยการติดเฟรมภาพเพ้นท์ศิลปะขนาดใหญ่โทนสีฟ้า และสีส้มบนผนัง ซึ่งออกแบบให้เลื่อนได้และใช้แทนประตูกั้นห้อง พร้อมแต่งห้องด้วยพื้นไม้สีเข้ม เฟอร์นิเจอร์หนัง และแชนเดอเลีย ที่ผสมผสานทั้งสองอารมณ์ให้มีเสน่ห์น่าประทับใจ
12.สร้างมุมพักผ่อนแบบเป็นกันเอง ด้วยการใช้เก้าอี้เปลแทนโซฟา และทำพื้นไม้ยกระดับสูง 40 ซม. วางเบาะรองนั่งแบบยาวที่ใช้ได้ทั้งนั่งและนอนเล่น พร้อมปูพรมนุ่มๆ ให้รู้สึกสบายเหมือนพักในบ้านตากอากาศ




วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ตกแต่งสระว่ายน้ำกลางสวนสวยงาม

จะดีแค่ไหน หากคุณได้ว่ายน้ำท่ามกลางหมู่แมกไม้ ลองตกแต่งสวนและสระว่ายน้ำของคุณให้เข้ากันได้ โดยอาศัยความงดงามแบบไทยเข้าช่วย

อยู่แบบน้อยๆ รอยยิ้มปริ่มบ้าน

Tips Decor
อยู่แบบน้อยๆ รอยยิ้มปริ่มบ้าน









หลังจากได้ฤกษ์กำจัดบรรดาเฟอร์นิเจอร์ที่แช่อิ่มน้ำท่วมจนบวมได้ที่ให้ไปพ้นบ้านได้เสียที บ้านชั้นล่างก็ดูโล่งอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ครั้งแรกที่กวาดตาดูห้องนั่งเล่นลุคส์ใหม่นี้ก็ได้แต่ใจหาย จนปลงว่าโซฟาเป็นของนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่พอคิดไปคิดมาอีกทีก็อาจจะดีเหมือนกันที่น้ำท่วมครั้งนี้ช่วยให้เราตัดใจทิ้งของรกบ้านต่างๆที่สะสมไว้นานได้แบบไม่ต้องลังเล เป็นโอกาสอันประเสริฐที่จะได้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความปลอดโปร่ง โล่งสบายและเรียบง่าย บางทีการปรับนิดเปลี่ยนหน่อยมาอยู่อย่างน้อยๆ พอดีๆ มีของเท่าที่จำเป็นก็อาจสร้างความสงบใจสบายกายได้มากกว่าที่คิด 

แนวความคิดแบบ Minimalism นี้แท้จริงว่าด้วยการลดทอนรายละเอียดจนเหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายใต้เงื่อนไขของความจำเป็น ซึ่งคอนเซ็ปต์นี้ถูกพัฒนาอย่างแพร่หลายในประเทศตะวันตกในช่วงยุค 60s และรับรองได้ว่าของเขาดีจริง เพราะเป็นคอนเซ็ปต์ที่แฝงตัวอยู่ในศิลปะแทบทุกแขนงตั้งแต่ศิลปะบริสุทธิ์ ประติมากรรม ดนตรี แฟชั่น วรรณกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์ สถาปัตยกรรม รวมไปถึงการออกแบบตกแต่งภายใน   

 1.Uncluttering จะแต่งบ้านให้ดู "น้อย" ได้อย่างไรหากยังมีอะไรต่อมิอะไรให้รกหูรกตา การจัดระเบียบข้าวของเป็นภารกิจที่ท้าทายความสามารถและกำลังภายในอย่างหนึ่ง เพราะตามประสาปุถุชนแล้วก็คงมีความงกและอาการยึดติดเป็นธรรมดา หากคิดอะไรไม่ออกลองแยกออกเป็น 3 กองก่อน คือของจำเป็นต้องใช้ ของบริจาคหรือขายต่อและของสำหรับทิ้ง เมื่อดำเนินการโดยเหตุผลปราศจากการเข้าข้างตัวเองแล้ว จะพบว่าเราสามารถกำจัดของรกบ้านไปได้มากกว่าที่คิด ขั้นตอนต่อไปเหลือแค่การจัดเก็บสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพเข้าตู้ให้เป็นระเบียบมิดชิด


2.Balancing ความสมดุลมีความสำคัญมากในการจัดวางแบบ Minimalism เนื่องจากในห้องมีส่วนประกอบอยู่น้อย หากจัดวางในตำแหน่งที่ไม่ "แม่น" พออาจพลอยทำให้ห้องดูหนักไปข้างหนึ่งได้ ดังนั้นก่อนลงมือเคลื่อนย้ายจริงลองเริ่มจากการตีตารางให้ได้มาตราส่วนของห้องจริง และจัดแปลนห้องในกระดาษโดยเริ่มจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ก่อน ซึ่งเราควรจะกำหนดให้เป็นจุดสนใจของห้องโดยมีองค์ประกอบอื่นๆ คอยถ่วงดุล หลีกเลี่ยงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบสมมาตรซึ่งจะดูเป็นทางการเกินไป เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ให้น้อยชิ้นที่สุดเท่าที่จำเป็นสำหรับสมาชิกในบ้าน

  3.Controlling Colors สีสันหลากหลายคงต้องพักไว้ก่อนหากปักใจจะเลือกสไตล์นี้ นอกจากสีขาวและเทาที่เห็นกันเป็นหลัก สีที่ออกจะสงบสำรวมเป็นกลางก็มีให้เลือกมากอยู่ ลองเลือกมาหนึ่งสีที่ค่อนข้างสว่างสำหรับใช้กับพื้นที่ทั้งหมด เพื่อให้ดูห้องกว้างและโล่งมากขึ้น ภายใต้สีเดียวกันนี้ควรเลือกใช้ผิวสัมผัสที่แตกต่างปราศจากลวดลาย มาสร้างความน่าสนใจ 

4.Choosing Furniture หากมีโอกาสซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ควรเลือกแบบที่เรียบเนี้ยบ เส้นสายคมกริบ รูปทรงเสมือนเป็นมวลเดียวไม่มีรายละเอียดซับซ้อน และเปลือยเนื้อวัสดุให้สื่อคุณค่าในตัวเอง ถ้าไม่อยากให้ดูแข็งกระด้างเกินไปอาจเลือกที่มีเส้นสายโค้งมน เผยเนื้อไม้ธรรมชาติสีอ่อนสไตล์ Scandinavian ก็จะได้บรรยากาศที่ละมุนและเป็นกันเองมาก

5.Minimal Lifestyle เมื่อปรับโฉมจนได้บ้านใหม่สไตล์ Minimalism เป็นที่พอใจแล้ว การจะรักษาสภาพนี้ไว้ดูจะยากกว่าตอนเริ่มต้นมากนัก เพราะอยู่ๆ ไปถ้าใจไม่แข็งพอก็คงมีข้าวของงอกออกมาเพียบ อะไรๆ ที่เคยเป็นระเบียบก็คงต้องมาสะสางกันอีกรอบ วิธีป้องกันเหตุการณ์นี้ก็คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการห้ามใจไม่ให้ซื้อและสร้างระเบียบวินัยในตัวเอง


วิถีชีวิตแบบ Minimalism นี้พูดกันได้อีกยาวราวๆ สามวัน เพราะมันว่าไปถึงวิถีชีวิตส่วนบุคคลในทุกด้านที่ต้องปรับให้ "น้อย" เท่าที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการกินอยู่หลับนอน การจับจ่ายใช้สอย หรือแม้กระทั่งการใช้พลังงานและเทคโนโลยี หากสนใจจริงจังลองแวะไปดูเพิ่มเติมได้ที่ www.becomingminimalist.com และ http://zenhabits.net

ของแต่งบ้านสุดเก๋

วันนี้ขอแนะนำของตกแต่งบ้านสำหรับใครที่มองหาของแต่งบ้านเก๋ๆ เพื่อบ้านที่น่าอยู่และดูล้ำสมัย ต้องแวะ ร้าน Propaganda
คว่ำหวอดอยู่ในวงการมานานนับ 10 ปีจนขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่สร้างสรรค์ผลงานจากล้อเลียนพฤติกรรมของคนได้อย่างสนุกสนาน แถมยังขี้เล่น ร้าน Propaganda จึงเป็นที่นิยมของคนชอบงานดีไซน์ทั้งไทยและต่างประเทศ บรรยากาศของร้านเต็มไปด้วยของใช้ในบ้านมากมาย


ผู้ออกแบบต้องการสร้างอารมณ์ขำๆ ให้กับผู้ใช้อย่างแก้วกาแฟยอดฮิตที่ล้อเล่นเด็กยืนปัสสาวะ อีกด้านเป็นรูปกาแฟหยด ถังขยะอ้าปาก ทิ้งขยะที่ไรต้องอ้าปากทุกที และข้าวของเครื่องใช้สำนักงานอย่างที่ใส่สก๊อตเทปคนนอนเยียยขาดีไซน์ไว้อย่างน่ารักน่าหยอกเลยทีเดียว นอกจากงานดีไซน์ของทางร้านแล้วยังมีสินค้าอื่นๆ ที่ฝากขายประเภทของตกแต่งบ้านซึ่งเป็นงานดีไซน์ที่เก๋ ไม่แพ้กัน

รีบซื้อไปให้สมาชิกในบ้านได้ใช้กันดีกว่านะ เครียดๆ จากการทำงานเมื่อไรจะได้อารมณ์ดีๆ กัน









สไตล์โมเดิร์น



ที่มา: http://www.youtube.com/watch?v=naGA5gdzMhw

วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2555


         สวนกับต้นไม้เป็นของคู่กัน ความสวยของสวนขึ้นกับต้นไม้ พรรณไม้ รวมทั้งองค์ประกอบต่างๆ และ การจัดวางอย่างมีศิลปะ สวนขนาดเล็ก จัดได้จัดแบ่งกลุ่ม พรรณไม้ ไว้ดังนี้
ไม้ยืนต้น
ไม้ประธาน
ไม้พุ่ม
ไม้คลุมดิน

1. ไม้ยืนต้น เป็นต้นไม้ใหญ่ สูงกว่า 3 เมตร สำหรับปลูกเพื่อให้ร่มเงากับพื้นที่ บ้าน หรือสนาม และเป็นฉาก ของต้นไม้อื่น สวนขนาดเล็ก ปลูกไม้ใหญ่ได้น้อยต้น จะปลูกได้กี่ต้นขึ้นกับขนาดพื้นที่ ในการใช้จัดสวน มีหลักในการปลูกดังต่อไปนี้
ปลูกต้นไม้มุมบ้านเพื่อลดความกระด้างของเหลี่ยมเสา อาจปลูกต้นเดียว หรือปลูกสามต้นทำมุมกัน ขึ้นกับสภาพพื้นที่ ขนาดต้นไม้ การเจริญเติบโตของพืชนั้น ไม่นิยมปลูกเป็นแถว นอกจากจะปลูกเพื่อบังลมหรือบังสายตา
ให้ปลุกไม้ยืนต้นทางด้านทิศตะวันตก เพื่อช่วยบังแสดงแดดที่ร้อนแรงของช่วงบ่ายจะช่วยลดความร้อนในตัวบ้าน ประหยัดค่าไฟแอร์ พัดลมไปได้มาก
2. ไม้ประธาน
พรรณไม้ กลุ่มนี้สูงประมาณ 1.2-3 เมตร ถ้เป็นสวนขนาดใหญ่ พรรณไม้ มีความสูงระดับนี้จะใช้เพื่อเป็นจุดหยุดสายตา หรือมุมมองเป็นบางช่วงของสวน แต่ในสวนขนาดเล็กนี้ เราจะใช้เป็นไม้ประธานเพื่อเป็นจุดเด่น หรือจุดดึงสายตา การวางตำแหน่งแสดงดังภาพ
3.ไม้พุ่ม
มีความสูงประมาณ 0.3-1.20 เมตร การปลูกไม้พุ่มให้สวยนั้น มีความสูงของไม้พุ่มมากกว่าหนึ่งระดับ เพื่อให้ ลดหลั่น และ เกิดมิติทาง ด้านสูง-ต่ำ นิยมปลูกเป็นแปลงเพื่อความเป็นระเบียบสวยงาม ดูแลรักษาง่าย และ เพื่อให้เห็น เส้นและรูปทรง ที่ชัดเจน โดยการแบ่งแปลงเป็นชั้นเพื่อให้เกิดมิติทางด้านหน้า-หลัง การออกแบบ จะเริ่มจาก เขียนขอบเขตของแปลง ไม้พุ่ม จากนั้นจึงเริ่มแบ่งแปลงต่อไป ไม่ควรแบ่งแปลงให้มีขนาดเท่ากันเกินไป โดยแปลงด้านหลัง ควรมีขนาดกว้างและสูงกว่าแปลงด้านหน้า และ แปลงด้านหน้าสุด จะมีความต่ำสุด และใช้เป็นไม้คลุมดิน นิยมแบ่งให้ได้ 3 ระดับ แต่สำหรับสวนขนาดเล็กอาจแบ่งแปลงเพียง 2 ระดับ ขึ้นอยู่กับกำแหน่ง และขนาดของพื้นที่
นอกจากนี้ยังสามารถปลูกไม้ประธาน เพื่อเพิ่มมิติให้ไม้พุ่ม หรือลดระดับ ความต่างกัน ของ ความสูง ระหว่าง ไม้ยืนต้น กับ ไม้พุ่ม ได้อีกด้วย
สำหรับสวนขนาดเล็กที่ไม่สามารถปลูกเป็นแปลง แต่ต้องการรายละเอียดสูงให้ดูเป็นธรรมชาติ การวางตำแหน่ง พรรณไม้ จะวางตำแหน่งชนิดละ 1 หรือ 2 ต้น หรือมากกว่า ขึ้นอยุ่กับสภาพพื้นที่ และความต้องการในออกแบบ ดังภาพข้างล่าง
4.ไม้คลุมดิน (Ground Covering Plants)
เป็น พรรณไม้ ที่อยู่ริมนอกสุดของแปลง มีความสูงน้อยกว่า 30 เซนติเมตร ปลูกเพื่อเชื่อมระดับ ความสูงของ ไม้พุ่มกับหญ้าหรือพื้นด้านหน้า และช่วยเน้นแนวขอบแปลงให้ชัดเจน สร้างความสูงของไม้พุ่มกับหญ้า หรือพื้นด้านหน้า และช่วยเน้นแนวของแปลงให้ชัดเจน สร้างความเป็น ระเบียบให้กับแปลงให้พื้นที่สวนมากขึ้น สำหรับไม้พุ่มบางชนิด โคนต้นจะทิ้งใบ ทำให้โคนต้นดูโล่ง ไม่สวยงาม การนำไม้คลุมดินมาใช้จะช่วยแก้ปัญหาส่วนนี้ได้ ในกรณีที่ไม้พุ่ม ภายในแปลงมีความสูงมาก ไม้คลุมดินก็ควรมีระดับสูงให้เหมาะสมกับไม้พุ่ม ซึ่งไม้พุ่ม บางชนิดอาจตัดให้สั้น เลี้ยงเป็นไม้คลุมดินได้ และในทางกลับกัน ไม้คลุมดินบางชนิดอาจเลี้ยงแบบปล่อยให้สูงเป็นไม้พุ่มได้เช่นเดียวกัน
กาบหอยแคลง ก้ามปูหลุด เงินไหลมา ดาดตะกั่ว ดาดทับทิม ปีกแมลงสาป เปเปอโรเมีย ผีเสื้อราตรี พรมกำมะหยี่ พลูด่าง(พลูทอง) เฟินเกล็ดหอย เฟินเงิน เฟินบอสตัน เหินใบมะขาม ระฆังทอง เศรษฐีเรือนนอก เศรษฐีก้านทอง หนวดปลาดุกแคระ กระดุมทองเลื้อย กำมะหยี่ เกล็ดแก้ว คุณนายตื่นสาย ซุ้มกระต่ายเขียว ซุ้มกระต่ายด่าง ดาห์ลเบิร์กเดซี่ ริบิ้นชาลี ไทรทอง บัวดิน บุษบาฮาวาย ผกากรองเลื้อย ผักเป็ดแดง ผักโขมแดง พิทูเนีย แพรเซี่ยงไฮ้ ฟ้าประดิษฐ์ ลิ้นมังกรแคระ

ที่มา:http://www.novabizz.com/CDC/Garden/Garden_Tree.htm


           ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ การออกแบบจัดสวน
คือการจะทำให้สวนมีความสวยงาม จะต้องมีความรู้พื้นฐาน ค่อนข้างจะสูงมาก ในเรื่องของการออกแบบ นอกจากนี้ สวนสวย ไม่ใช่ว่า สวนจะอยู่ได้นาน จะต้องดูว่าสวนสวย จะต้องมีการดูแลรักษาที่ดี เพื่อให้เขามีชีวิต ที่อยู่ได้ยาวนาน ด้วย หลักการออกแบบ จึงมีความ จำเป็น ต่อการจัดสวนมาก เพราะถือว่าการออกแบบ การเขียนแบบ เป็นจุดเริ่มต้น ของงาน การออกแบบ ที่ดีต้องอาศัยความรู้อยู่ 2 อย่างด้วยกัน
องค์ประกอบของศิลป์
หลักศิลปในการออกแบบ(Principle of design)
การจำแนกประเภทของสวน
สวนไทย
สวนจีน
สวนญี่ปุ่น
สวนบาลี
สวนประดิษฐ์
สวนโมเดิร์น
สวนธรรมชาติ
สวนหิน
สวนในบ้าน
สวนลอยฟ้า
สวนขนาดเล็ก
หลักการออกแบบแปลนสวน
ขั้นตอนการออกแบบสวน
ขั้นตอนการจัดสวน
การดูแลรักษาสวน

ที่มา:http://www.novabizz.com/CDC/Garden.htm











ที่มา:http://www.besthousegroup.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99.html
      Classic Style ากคุณกำลังจะตกแต่งห้องแต่ยังไม่รู้ว่าจะตกแต่งอย่างไรดี ลองตกแต่งห้องของคุณให้เป็นห้องสไตล์คลาสสิคดูสิครับ การตกแต่งห้องสไตล์คลาสสิคในปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากหลายๆคนไม่อยากตกแต่งบ้านคล้ายคนอื่นๆ ซึ่งในยุคนี้บ้านหลายๆหลังนิยมตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นกัน การตกแต่งบ้านสไตล์คลาสสิคค่อนข้างจะเน้นความหรูหราไม่เน้นการใช้สอยมากนัก เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งส่วนมากจะเป็นไม้ แกะสลัก และลงลายอย่างละเอียด เพดาลจะค่อนข้างสูง เรื่องของพื้นส่วนมากจะใช้หินอ่อน หรือหินแกรนิตซึ่งหากคุณตกแต่งบ้านสไตล์คลาสสิคแล้วละก็คนที่มาเยี่ยมชมบ้านของคุณต้องเอ่ยปากชมอย่างแน่นอน


ที่มา:http://www.ubardesign.com/%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B9%8C-classic-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A3/

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555


      Contemporary Style หรือที่เรียกกันว่า สไตล์ร่วมสมัย เป็นสไตล์ที่เป็นที่นิยมกันโดยทั่วไป ดังจะเห็นได้ว่าโครงการบ้านจัดสารรต่างๆ ในปัจจุบัน ทั้งในต่างประเทศ และในประเทศไทยได้นิยมนำสไตล์ contemporary มาใช้ในการออกแบบและตกแต่งเป็นจำนวนมากแนวการตกแต่งบ้านในสไตล์ contemporary เป็นการผสมผสานแนวก ารตกแต่งของสไตล์ classic และสไตล์ modern เข้าด้วยกัน
เป็นแนวการตกแต่งที่เป็นกลางๆ ไม่หรูหราเกินไปเหมือนสไตล์classic และไม่ดูทันสมัยเกินไปในแบบ modern แต่ข้อแตกต่างอย่างหนึ่งระหว่างสไตล์ modern กับสไตล์contemporary ก็คือแนวเส้นสย ในการออกแบบตกแต่งในสไตล์contemporary จะมีเส้นสายที่โค้งมนนุ่มนวลกว่า เมื่อเทีียบกับเส้น
สายที่คมเฉียบของสไตล์ modern โดยเฉพาะในด้าน furnituredesignสถาปัตยกรรมร่วมสมัยคืออะไร
      จริงๆ แล้วความหมายของคำว่า "ร่วมสมัย" (Contemporary)ในงานสถาปัตยกรรม หมายถึงแนวทางการออกแบบที่กำลังเป็นที่นิยมตามยุคสมัยในช่วงเวลานั้น แต่จะเรียกว่าเป็นสไตล์ใดสไตล์หนึ่งก็คงยาก เพราะได้รับอิทธิพลมาจากหลายทิศหลายทาง อย่างไรก็ตามสไตล์นี้ค่อนข้างเข้าใจง่าย ไม่แหวกแนว ไม่เตะตา ไม่มีปรัชญาลึกซึ้ง มีการใช้วัสดุก่อสร้างใหม่ๆ มาใช้บ้าง และอาจมีการนำชั้นเชิงของสไตล์อื่นมาใช้เพื่อเพิ่มเติมสีสัน แต่ไม่ว่าจะมาจากยุคอื่นหรือประเทศอื่นก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปหน้าตาของสถาปัตยกรรมร่วมสมัยก็จะเปลี่ยนไป เหมือนการฟังเพลงป๊อป ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแต่ประการใด คล้ายๆ กับคำว่า "สไตล์โมเดิร์น"(หรือเดิร์น) ที่ใช้กันจนแยกไม่ออกว่าอะไรใหม่อะไรเก่า เพราะโมเดิร์นจริงๆ ก็เป็นของใหม่เมื่อสมัยห้าสิบปีก่อน

 ที่มา:http://www.alive-house.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539268063&Ntype=10








   ที่มา:http://www.viahouse.com/2011/02/beautiful-contemporary-style-of-gothenburg-apartment/

          “The Modern Style”.  จุดกำเนิดของการออกแบบบ้านรูปแบบโมเดิร์นได้รับอิทธิพลมาจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงศตวรรษที่ 18 – 20 ซึ่งเป็นยุคที่คำนึงถึงคุณค่าและศักยภาพการใช้งานของสิ่งต่างๆ ประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่า ประหยัดวัสดุและแรงงานในการก่อสร้าง ดังนั้นจึงเกิดการลดทอนองค์ประกอบตกแต่งที่ฟุ่มเฟือยมาใช้รูปทรงเรขาคณิตขั้นพื้นฐานที่มีความเรียบง่าย ไม่มีการตกแต่งหรือปกปิดพื้นผิว เป็นการยอมรับลักษณะที่เป็นธรรมชาติของวัสดุและโครงสร้าง เนื่องจากคำว่า Modern ในภาษาอังกฤษ แปลว่า ใหม่หรือทันสมัย จึงหมายถึง การออกแบบในรูปแบบใหม่ๆ สำหรับยุคนั้น
หลักการของความสวยงามตามรูปแบบโมเดิร์น คือ รูปทรงที่สามารถตอบสนองประโยชน์ใช้สอยได้สูงสุด บ้านโมเดิร์นมีลักษณะเด่นในการใช้รูปทรงเรขาคณิต เช่น สี่เหลี่ยมหรือเส้นโค้งที่เกิดจากส่วนของวงกลม สำหรับแนวคิดหลักของการออกแบบโมเดิร์นเป็นการเลือกใช้รูปทรง โครงสร้างและวัสดุที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้ดี หรืออีกนัยหนึ่งคือรูปทรงของอาคารถูกกำหนดจากลักษณะการใช้งาน ไม่มีการประดับตกแต่งส่วนเกิน เคารพในธรรมชาติของวัสดุและโครงสร้าง เช่น การโชว์เสา คาน หรือส่วนของโครงสร้างอาคารอย่างไม่มีปิดปัง ไม่ว่าจะเป็น เหล็ก คอนกรีต กระจก หรือไม้ โดยถือว่าเป็นความงามชนิดหนึ่ง หลักการสำคัญของการออกแบบบ้านโมเดิร์นอีกประการหนึ่ง คือ ความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง เช่น การออกแบบบ้านไม่มีชายคายื่นจากตัวบ้านโดยเข้าใจผิดว่าเป็นลักษณะของบ้านรูปแบบโมเดิร์นแต่มีปัญหาน้ำฝนสาดหรือรั่วเข้ามาทางประตูและหน้าต่าง ดังนั้นหลักของการออกแบบบ้านโมเดิร์น คือ การเคารพในรูปร่างธรรมชาติของวัสดุ ไม่มีการตกแต่งปิดปังให้สิ้นเปลืองและจะต้องอยู่อาศัยอย่างสะดวกสบาย

ที่มา:http://www.stepgrowth2009.com/web/index.php?option=com_content&view=article&id=104:the-definition-of-a-modern-style-houses&catid=39:tips&Itemid=91















   
   ที่มา: http://www.novabizz.com/CDC/Home_Plan/Homestyle-102.htm