Katper
วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555
การกำหนดพื้นที่ใช้สอย สำหรับคู่สามี-ภรรยาที่แต่งงานกันใหม่ ห้องนอนจึงใช้เพียงห้องเดียว พื้นที่ใช้สอยอื่น ก็ทำไว้สำหรับสองคนเท่านั้น แต่เมื่อครอบครัวขยายขึ้น ความต้องการพื้นที่ใช้สอยจึงเปลี่ยนไป
การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้สอย ภายในบ้านนอกจาก จะเปลี่ยนตาม ความจำเป็น ของสภาพครอบครัวแล้ว สิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก ที่จะเป็นตัวกำหนด ก็คือ " รสนิยม " ซึ่งเป็นตัวกำหนด หลักการของการตกแต่ง ให้ออกมารูปแบบต่าง ๆ เดิมอาจชอบเปิดโล่ง ที่มีพื้นที่ต่อเนื่องกันได้ทั้งบ้าน โดยไม่มีผนังมากั้นกลาง ภายหลังเพื่อ ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงต้องการมีห้องที่มีลักษณะปิดกั้นจากภายนอก หรือเดิมชอบบ้านแบบเรียบ ๆ มีของตกแต่งเท่าที่จำเป็น แต่กลับมาชอบการตกแต่งที่สมบูรณ์แบบ มีภาพแขวนบนผนัง มุมว่างจัดวางไว้ด้วยประติมากรรม หน้าต่างและประตูทุกบานติดม่านจับจีบ ซึ่งความต้องการเหล่านี้ อาจจะต้องทำให้มีการกั้นห้อง หรือรื้อผนังออกไป เพื่อความเหมาะสมของการตกแต่ง.
ก่อนที่จะรื้นถอน หรือกั้นผนังเพื่อเป็นการปรับปรุงพื้นที่การใช้สอยนั้น ควรพิจารณาถึง วิธีการอย่างง่าย ๆ เสียก่อน ลองพยายามนึกถึงห้องต่าง ๆ ภายในบ้านอย่างสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน บางทีเพียงแต่ท่านสลับห้องกันระหว่างห้องนอน และห้องนั่งเล่นก็อาจจะได้สิ่งที่ต้องการ โดยไม่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ถ้าต้องการห้องรับแขกที่กว้างขวาง อาจจะเอาเฟอร์นิเจอร์ ที่เกินความจำเป็นออกไป หรือจัดกลุ่มเครื่องเรือนใหม่ ทำให้เกิดที่ว่างกว้างขวางกว่าเดิม
อีกประการหนึ่งให้นึกถึง ความสัมพันธ์ ระหว่างธรรมชาติภายนอก กับการใช้สอยภายใน การที่จะใช้พื้นที่ไหนทำอะไร จะต้องคำนึงถึงแสงสว่าง ทิศทางลม ตัวอย่างเช่น แสงแดดในยามเช้านั้นดูน่าสบายในการรับประทานอาหารเช้า จึงควรจัดห้องรับประทานอาหาร ให้อยู่ด้านที่แสงแดด ส่องเข้าถึง ห้องพักผ่อนสำหรับครอบครัว ควรจะอยู่ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี สามารถอยู่อาศัยได้ทั้งวัน จะต้องเป็นห้องที่ไม่ที่เสียง และฝุ่นละอองจากภายนอก แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจจะต้องใช้ฉาก หรือม่านกั้นหรือระบบปรับอากาศ
ในกรณีที่คุณมีเงินมากพอ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลง พื้นที่ใช้สอย ก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่จะรื้อบางส่วนออก หรือสร้างผนังบางส่วน ขึ้นมาก็ย่อมเป็นไปได้ แต่ถ้าจะทำเช่นนั้นควรวางแผนและไตร่ตรองให้รอบคอบแล้วเท่านั้น เพราะเมื่อจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งลงไปแล้ว ต้องมั่นใจว่า จะได้รับประโยชน์จากที่ว่างอย่างสูงสุด หรือผนังภายในบ้านแบ่งได้กว้าง ๆ ออกเป็นสองประเภท คือ ผนังรับน้ำหนัก และผนังที่ไม่ได้รับน้ำหนัก การรื้อผนังที่ไม่รับน้ำหนักสามารถรื้ออกได้ทันที แต่การรื้อผนังรับน้ำหนักที่ต้องรับน้ำหนักชั้นบนอยู่ จะต้องทำคานสำหรับรับน้ำหนักไว้แทน วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าผนังไหนรับน้ำหนัก คือ ถ้ามีผนังด้านบน ตรงกับผนังด้านล่าง แสดงว่าเป็นผนังรับน้ำหนัก..
ที่มา:http://www.novabizz.com/CDC/Space.htm
ทิศทางของแสง ของโลก จะอยู่ไกล จาก ดวงอาทิตย์มากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ในเวลานี้จะ เป็นช่วงฤดูร้อน ของประเทศทางซีกโลกใต้ และจะเป็นช่วงฤดูหนาว ของประเทศ ทางซีกโลกเหนือ โดยในช่วงเวลานี้จะใกล้เทศกาล คริสต์มาส ซึ่งประเทศที่อยู่บริเวณ ตอนบนของซีกโลกเหนือ จะมีหิมะตก ค่อนข้างมาก มีชื่อเรียก ปรากฏการณ์นี้ว่า Winter Solstice
จากข้อมูลทางภูมิศาสตร์ข้างต้น เมื่อดูจากตำแหน่งทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย แล้ว เราสามารถ สรุปประเด็นเกี่ยวกับ ทิศทางของแสงแดดที่มีอิทธิพลต่อบ้านเราในช่วงฤดูกาลต่างๆ ได้เป็นข้อๆ ดังนี้
1. เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ทิศทางของแสงแดดตามฤดู กาลจะส่องเฉียงมาจาก ทางทิศใต้ มากกว่าทางทิศเหนือ
2. ช่วงเวลาที่ ดวงอาทิตย์ อยู่ใกล้ เส้นศูนย์สูตร ของขั้วโลกมากที่สุดคืออยู่เหนือขึ้นไปในแนวดิ่ง พอดีกับพื้นที่ที่อยู่ตรงบริเวณ แนวเส้น ศูนย์สูตร ประมาณวันที่ 21-23 มีนาคม และวันที่ 21-23 กันยายนของทุกปี สำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ ค่อนมาทาง ซีกโลกเหนือแล้ว ในช่วงเวลาดังกล่าว จะได้รับอิทธิพลจาก ดวงอาทิตย์ โดย แสงแดด จะส่องเฉียงมาจากทาง ทิศใต้ ทำมุมยอด 14 องศาในตอนเที่ยง
3. ช่วงเวลาที่แสงแดดส่องมาจาก ทางทิศเหนือจะอยู่ระหว่าง ช่วงเดือน พฤษภาคม ถึงเดือน สิงหาคม ของทุกปี เดือนที่แสงแดดส่อง เฉียง มาจากทาง ทิศเหนือ มากที่สุดจะเป็นช่วงเดือน มิถุนายน ประมาณวัน ที่ 21-23 โดยจะทำมุมยอด 9.5 องศาในตอนเที่ยง
4. ช่วงเวลาที่แสงแดดส่องมาทาง ทิศใต้ จะอยู่ระหว่างช่วงเดือน กันยายน ถึงเดือน เมษายน ของปีถัด ไปทุกปี เดือนที่แสงแดดส่อง เฉียง มาจากทาง ทิศใต้ มากที่สุดจะเป็นช่วงเดือน ธันวาคม ประมาณวันที่ 21-23 โดยจะทำมุมยอด 37.5 องศาในตอนเที่ยง
จากข้อสรุปข้างต้นจะเห็นได้ว่า สำหรับบ้านเรานั้น แสงแดดที่ส่องมาจาก ทางทิศเหนือและทิศใต้มี อิทธิพลต่อ การออกแบบบ้าน อยู่มิใช่น้อย เพราะจะมีผลต่อความร้อน ที่เกิดขึ้นในแต่ละห้อง ของบ้านใน ฤดูกาลต่างๆ โดยเฉพาะแสงแดด ที่ส่องมาจาก ทางทิศใต้ จะทำมุม ค่อนข้างต่ำ และส่องอยู่เป็นระยะเวลานาน ฉะนั้นการออกแบบบ้าน โดยคำนึงถึง แสงแดดที่ส่องมาจาก ทิศทางดังกล่าว นอกเหนือไปจาก แสงแดดที่ส่องมาจาก ทางทิศตะวันออกในช่วงเช้าและทิศตะวันตกในช่วงเย็นแล้วจะช่วยให้สามารถออก แบบบ้าน เพื่อป้องกัน ความร้อนจากแสงแดด ที่ส่องมาจากทุกๆ ทิศทางได้ อย่างเหมาะสม ซึ่งหมายถึง จะช่วยให้บ้านอยู่สุขสบายขึ้น ลดการใช้พลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ
ห้องนอนเด็ก การจัดห้องให้กับเด็กนั้นถือเป็น การสร้างนิสัยให้เด็ก มีความเป็นตัวของตัวเองรู้จักที่ะรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็มีหลายคน ที่จัดทำห้องให้เด็กกัน ตั้งแต่แรกเกิดเลยก็มี ซึ่งตามหลัก ในการตกแต่ง ได้มีการแบ่งวัยของเด็ก ออกเป็น แรกเกิด – 3 ปี, 4 – 8 ปี, 9 – 14 ปี และ 15 ขึ้นไป โดยแต่ละวัยนั้น ก็จะมีพัฒนาการ หรือรสนิยมส่วนตัว ที่แตกต่างกันไป ถึงแม้ ครอบครัว ไทย ๆ จะนิยมให้ลูกนอนด้วย ตั้งแต่แรกเกิดจนโต แต่ในปัจจุบัน หลายครอบครัวก็มักจะจัดเตรียมห้อง ไว้เป็นพิเศษ สำหรับลูกด้วย ซึ่งหากเตรียมการ ตกแต่งไว้อย่างดีแล้ว ก็จะเป็นห้องที่เอื้ออำนวยความสะดวก ให้กับคุณแม่ในการดูแลลูกน้อย และยังสามารถ ปรับเปลี่ยน การใช้งานสำหรับในยาม ที่ลูกโตพอ จะมีห้องเป็นของตัวเอ งได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นมาเตรียม สร้าง โลกของเด็ก ให้เหมาะสม กันดีกว่า
สัดส่วนในห้องเด็ก ภายในห้องของเด็กควรมีส่วนต่าง ๆ ดังนี้
ส่วนนอน
เตียงเด็กควรจะจัดเข้ามุมเพื่อให้มีพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ผนังห้องยังช่วยห้องกันไม่ให้เด็กตกเตียง ขณะที่เด็ก ยัง เล็ก ควรจัดให้นอน รวมกันเพื่อให้เด็ก ๆ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และควรหลีกเลี่ยงการใช้เตียงสองชั้น เนื่องจากอาจ เกิดอันตรายจากการปีนป่าย และการตกจากเตียงชั้นบนได้
ส่วนเด็กเล่น
เด็ก ๆ เป็นวัยที่ต้องการเล่นสนุกสนาน ส่วนที่จัดไว้ให้เด็กเล่นทั้งกลางแจ้งและในบ้านจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ภายในห้องเด็กควรกันส่วนหนึ่ง ไว้เป็นที่เล่น มีเครื่องเล่นสำหรับพัฒนาการทางกายและสมองของเด็กไว้ให้เด็กด้วย
ส่วนทำงาน
ความต้องการในส่วนนี้เหมาะสำหรับเด็กที่เข้าสู่วัยศึกษาเล่าเรียนแล้วเด้กต้องใช้โต๊ะสำหรับทำการบ้านการฝีมือ เขียนภาพระบายสี ฯลฯ อาจทำเป็นโต๊ะที่พับเก็บได้โดยพับติดฝาผนังหรือติดชั้น หรือเป็นโต๊ะมีล้อเลื่อนเก็บเข้าใต้เตียงหรือพับเก็บเข้าตู้เก็บของได้
ส่วนเก็บของ
ใช้เก็บสิ่งของจำพวกเสื้อผ้า หนังสือและของเล่น จัดไว้ตามที่ที่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ เช่น ตามมุมห้อง ที่ว่างหลังประตู ฯลฯ โดยทำเป็น ชั้นสูง เลือกเก็บของที่หยิบใช้บ่อย ๆ ไว้ในชั้นที่เด็กหยิบถึง ชั้นเก็บของเด็ก อาจใช้ไม้ทำเป็นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส เปิดด้านหนึ่ง ทาสีสดใสและมีตัวอักษรติดอยู่ เด็กสามารถใช้เรียงตัวอักษรเล่น หรือ ต่อเป็นโต๊ะได้ เมื่อเลิกใช้แล้ว ก็นำขึ้นวาง ซ้อนกันเป็น ชั้นเก็บของ
ที่มา:http://www.novabizz.com/CDC/BabyRoom.htm
ห้องน้ำ
ห้องน้ำ สไตล์ธรรมชาติ
ห้องน้ำ ลักษณะนี้เป็น การจัดแบบแปลน ที่ค่อนข้างแตกต่างจาก แบบอื่นๆ กล่าวคือ มีการนำเอา ธรรมชาติมาใช้ร่วมใน การออกแบบ ซึ่งปกติที่ทำกัน ก็จะมีอยู่ 2 วิธีคือ
- กำหนดให้พื้นที่ห้องน้ำเปิดโล่งเชื่อมกับ ภายนอก ใช้ธรรมชาติ เป็นตัวประสาน ด้วยการ จัดวางพันธุ์ไม้ต่างๆ บางกรณีผู้ออกแบบ อาจออกแบบให้มีรูปแบบที่พิเศษ เช่น ผนังด้านหนึ่งเป็น กระจกสูงโปร่ง าวตลอดแนวด้านใน ติดตั้งอ่างอาบน้ำ ล้อมรอบด้วยพันธุ์ไม้ จัดวาง สุขภัณฑ์ ที่เข้าชุดกัน พื้นปูด้วยหินทราย ผนังซีเมนต์ เปลือย หรือจัดเป็น ห้องน้ำ ที่มีหลังคาเปิดโล่ง ผนังบังสายตาก่อน ด้วยแนว ศิลาแลง ไม่สูงมากนัก ด้านในจัดวางสุขภัณฑ์ในตำแหน่ง ที่เหมาะสม เป็นต้น
- กำหนดให้มี ธรรมชาติอยู่ภายใน ห้องน้ำ อาจทำพื้นที่ไว้สำหรับ วางต้นไม้ เช่น ยกขอบที่จะวางกระถางต้นไม้ หรือจัดสวนหย่อมเป็นมุมเล็กๆ หรือนำเอา วัสดุธรรมชาติมาใช้ร่วมด้วย อาทิ การใช้ไม้ซีกหรือปีกไม้ร่วมกับกระเบื้อง หรือ ผนังปูนฉาบ ไม่เรียบ พื้นเป็นคอนกรีต และโรยด้วยกรวด เว้นพื้นที่ปูนหินแผ่น หรือ กระเบื้องดินเผา ตรงบริเวณ อ่างอาบน้ำ เพิ่มบรรยากาศให้เป็น ธรรมชาติ ด้วยพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ สำหรับวัสดุและโทนสีนั้น ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับ การออกแบบเป็นสำคัญ แต่ก็ยังคงเน้นโทนสีธรรมชาติของวัสดุ เช่น สีของไม้ หิน ซีเมนต์ ก้อนกรวด กระเบื้องดินเผา หรือ สีของต้นไม้ ที่ใช้ประตกแต่ง ซี่งเป็น เสน่ห์สำคัญที่ให้ห้องน้ำ สวยงามอย่างมีเอกลักษณ์
ห้องน้ำ สไตล์คันทรี่
ห้องน้ำลักษณะนี้ โดยทั่วไป ก็เน้นความเป็น ธรรมชาติ ด้วย การตกแต่ง ที่เลือกใช้วัสดุที่มาจาก ธรรมชาติ และ วัสดุสังเคราะห์ ห้องน้ำ แบบนี้มีรายละเอียดและส่วนประกอบต่างๆ และรูปแบบที่ดูสบายๆ ที่ยังคง คำนึงถึง เรื่องขนาดของ พื้นที่ใช้สอย เป็นสำคัญ แต่ในบางกรณีก็มี การกำหนดโครงสร้างของ ห้องน้ำ ขึ้นเฉพาะ เช่น หลังคาที่มี ลักษณะสูงโปร่ง หรือหลังคาจั่ว เลือกใช้วัสดุ ธรรมชาติ อาทิ ปีกไม้ ไม้ท่อน หินกาบ กระเบี้อง และอื่นๆ ที่เป็น วัสดุจาก ธรรมชาติ หรือ วัสดุที่โชว์สี หรือ เนื้อแท้ของวัสดุ โทนสีส่วนใหญ่มักเป็นสีน้ำตาลครีม และขาว หรือ สีของวัสดุ ที่นำมาใช้ใน การตกแต่ง แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกให้ดูกลมกลืนกันไป
การตกแต่งเน้น ความสอดคล้องกลมกลืนกัน ไม่ว่าจะเป็น พื้น ผนัง สุขภัณฑ์ ผ้าม่าน กรอบรูป และของประดับตกแต่งอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อ ให้ห้องน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่อย่าลืมเสริมบรรยากาศความสดชื่นด้วยสีเขียวของต้นไม้
ที่มาhttp://www.novabizz.com/CDC/BathRoom.htm
ห้องครัว จัดได้ว่าเป็นห้องที่ถูกใช้ประโยชน์ มากมาย การดูแลรักษาเอาใจใส่จึงตามมา เป็นเงา ตามตัว เพื่อให้ห้องครัวอยู่ในสภาพ ที่น่าดู และน่าใช้อยู่เสมอ หลังจากการ ปรุงอ4หารเสร็จสิ้นแล้ว เราก็จะต้องเช็ดถู ทำความสะอาด บริเวณเตาแก๊ส และ ชั้นวางของ ให้สะอาด แต่เท่านี้ยังไม่พอ เพราะอย่างน้อย อาทิตย์หนึ่ง เราควร จะทำความสะอาด ในครัวให้หมดทุกซอกทุกมุม โดยเริ่มจาก การทำความสะอาด ฝาผนัง เพื่อล้างคราบน้ำมัน หรือเศษอาหาร ที่ติดอยู่ออก ให้หมด เตา ตู้เก็บของ ตู้เย็น ชั้นวางของ ซอกมุมต่างๆ ควรเช็ดฝุ่นละอองออก สำหรับพื้น จะต้องขัดล้าง ทำความสะอาด ไม่ให้คราบ สกปรก หลงเหลืออยู่ เมื่อทำความสะอาด ไปแล้ว ควรใช้ ผ้าแห้ง เช็ดอีกครั้ง นอกจากนี้เมื่อมีเวลาว่าง ก็ควรจะให้เวลากับห้องครัวบ้าง เพื่อดูแล ข้าวของ ให้เข้าที่ หรือปรับปรุง บางส่วน ให้ดูดีขึ้น หรือใช้ประโยชน์ ได้ดี กว่าเดิม ข้าวของที่จัด อย่างเป็น ระเบียบ การทำงานในห้องครัว ด้วยความสะดวก ราบรื่น ไม่มีสิ่งของกีดขวาง ทุกอย่างหยิบใช้ได้ง่าย ย่อมเป็นที่พึงพอใจ และชื่นใจให้ กับผู้ใช้อย่างมาก ซ้ำยังเป็นการเพิ่มความมีชีวิตชีวา ให้กับห้องครัวอีกด้วย ครัว เป็นสิ่งหนึ่ง ที่ทุกบ้าน ปฏิเสธไม่ได้ และยังคงให้ความสำคัญ กับครัว อย่างไม่หยุด หย่อน ครัวจัดได้ว่า เป็นบริเวณที่มีการใช้สอย ประโยชน์ไม่น้อยกว่า ส่วนอื่นๆ ของบ้านเลย ดังนั้น การออกแบบครัว ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่นี้ มักจะเต็ม ไปด้วย อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ชนิดต่างๆมากมาย เพื่ออำนวย ความสะดวกสบาย แก่ผู้ใช้ หรือผู้ที่ต้องคลุกคลีอยู่กับครัว
ห้องครัว เป็นอีกห้องหนึ่งที่มีการกำหนด ลักษณะการใช้งาน ที่แตกต่างไป จากห้องอื่นๆ โดยเป็นส่วนใช้งาน ที่สำคัญภายในบ้าน ซึ่งใช้เป็นที่ ประกอบอาหาร เพื่อการยังชีพ นอกจากนั้น ครัวยังมีความสัมพันธ์ ในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง กับส่วนรับประทานอาหารและส่วนอื่นๆ ในตัวบ้าน
ในบรรดาห้องทั้งหลาย ห้องครัวได้กลายเป็นห้องที่เราให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นห้อง ที่เราให้เวลา ในวันหนึ่งๆ กับห้องนี้ มากพอสมควร อีกทั้งยังต้องทุ่มเทค่าใช้จ่ายสำหรับการที่จะได้ "ห้องครัว" ที่ถูกอกถูกใจอีกด้วย ก่อนการตัดสินใจ ที่จะลงมือสร้างครัว หรือจัดตกแต่งครัว เพื่อให้เกิดความสวยงามนั้น สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงเป็นลำดับแรกคือ การออกแบบห้องครัว เป็นการผสมผสาน ทั้งศาสตร์และศิลป์ไว้ในห้อง ๆ เดียวอย่างกลมกลืนที่สุด ศิลป์คือความสวยงาม แม้ห้องนี้จะไม่ได้มีไว้โชว์แขกโดยตรงก็ตาม ส่วนศาสตร์ก็คือ การคำนึงถึงสุขอนามัยต่าง ๆ ผลพวงที่จะเกิดกับการประกอบอาหาร โดยเฉพาะอาหารไทย อย่างที่รู้ ๆ กันว่า อาหารไทยนั้น นอกจากจะรสจัด รสแซ่บแล้ว กลิ่นก็ยังรุนแรงอีกด้วย ตอนที่คุณปรุงก็ก่อให้เกิดความร้อนตลบอบอวลด้วย คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ที่พอคุณทำอาหารเสร็จจะมีกลิ่นติดตามเนื้อตัว ผมเผ้า เสื้อผ้า จนคนใกล้ชิดของคุณแซวว่า "เปลี่ยนน้ำหอมใหม่แล้วหรือ?" มีปัจจัยอะไรต้องคิดถึงบ้างลองไปดูกัน
ทิศทางของห้องไม่ควรอยู่ในทิศที่อับหรือทึบหรือพูดง่าย ๆ ก็คือห้องนี้ควรมีแสงสว่างเพียงพอนั่นแหละ มีแสงแดดส่องถึง เพื่อไล่ความชื้นออกไป ที่สำคัญต้องระบายอากาศดีด้วย ส่วนของคนจีน การวางฮวงจุ้ยสำหรับห้องครัวนั้น ก็กำหนดไว้ที่ทิศตะวันออก หรือทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น จะได้ช่วยไล่ความชื้น ฆ่าเชื้อโรคจากเช้าถึงเที่ยงและเย็นสบายช่วงบ่ายถึงเย็นซึ่งเป็นเวลาทำครัว อีกทิศหนึ่งที่น่าสนใจคือทิศใต้ซึ่งเป็นทางลมพอดี
เมื่อหาทิศทางให้ห้องครัวได้แล้ว สิ่งที่คุณต้องพิจารณาต่อก็คือตำแหน่งที่สะดวกสบายในการเข้าถึงซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมี 2 ลักษณะคือ ครัวในบ้านและ ครัวนอกบ้าน โดยครัวในบ้านนั้นมักจะอยู่ชั้นล่างอาจจะติดโรงรถเพื่อความสะดวกสบายในการขนของ มักจะเป็นครัวเบาใช้เตรียมอาหาร ส่วนครัวนอกบ้านนั้นโดยทั่วไปถ้าบ้านของคุณมีเรือนคนใช้อยู่ก็มักจะสร้างครัวที่เรือนนี้ไปด้วยเลย
ทำนองเดียวกันคุณอาจจะทำบริเวณจอดรถไว้ที่เรือนนี้ด้วยก็ได้ เพื่อความสะดวก ในการขนของเข้าครัว แต่ถ้าบ้านของคุณเป็นบ้านขนาดเล็ก อาจจะต่อเติมหลังคา ด้านหลังบ้านใช้เป็นครัวประกอบอาหารหนักกลิ่นแรง ๆ ก็ได้ จะเลือกครัวใน หรือนอกบ้าน นั้น ปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาคงหนีไม่พ้น ความต้องการของครอบครัว ขนาด ของบ้าน ขนาดของที่ดิน แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบใด คุณจะยังต้องคำนึงถึง ตำแหน่งของ ห้องนอนด้วย เพราะครัวไม่ควรอยู่ตรงกับห้องนอนชั้นบน นั่นจะทำให้ กลิ่นอาหาร ขึ้นไปรบกวน ตำแหน่งของท่อน้ำทิ้งก็ไม่ควรให้อยู่ใกล้ กับแหล่งน้ำ ใช้ เพราะน้ำ ที่เกิดจากการล้าง รวมไปถึงเศษอาหาร อาจจะไหลซึม และแปดเปื้อนกับแหล่งน้ำได้ ถ้าจะให้ดี คุณน่าจะจัดครัวให้ใกล้กับส่วนรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ห้องรับประทาน หรือระเบียง (ในกรณีที่คุณจัดเลี้ยง) เพื่อความสะดวก ในการลำเลียง อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ สำหรับห้องครัวคือเครื่องใช้ อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในครัว ซึ่งคุณควรจะพิจารณา ให้เหมาะสม กับครัวของคุณด้วย เพื่อที่ว่านอกจากจะใช้งานได้เหมาะสม มีประสิทธิภาพแล้ว จะทำให้ครัวของคุณสวยงามไปด้วย
ที่มา:http://www.novabizz.com/CDC/KitchenRoom.htm
วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555
ห้องรับแขก/ห้องรับแขก เกมคอมพิวเตอร์ ปัจจุบัน ก็สามารถ ซื้อหา เข้ามา เล่นสนุกสนานกันได้ภายในบ้าน ฉะนั้นการจัด ห้องนั่งเล่นที่กว้างขวาง พอและมีอุปกรณ์ ในการสันทนาการ ต่างๆ จึงเหมาะเป็นที่พบปะสังสรรค์ และพักผ่อนในยามว่างได้ การตกแต่งห้องนั่งเล่น ได้รับความเอาใจใส่มากขึ้น ได้มีการเพิ่ม ความแปลกใหม่ ที่ยังคงให้ ความรู้สึก สบาย อย่างง่ายๆ ซึ่งมีผลมาจากปัจจัย 3 ประการคือ
เฟอร์นิเจอร์แปลกๆ ใหม่ๆ ที่บริษัทผู้ผลิตได้ออกแบบแตกต่างหลายหลาก และมีหลายระดับราคา ให้เลือกซื้อได้ตามความ ต้องการและกำลังทรัพย์
การใช้สีสดใสมาตัด เช่น สีชมพู เขียว หรือ เหลือง บนสีที่นิยมใช้กันอันได้แก่สีครีมอ่อน สีครีมเข้ม สีเบท และสีปนสีขาว นั้นให้ชีวิตชีวา ที่สนุกสนาน มากยิ่งขึ้น
ปัจจัยสุดท้ายได้แก่การนำวัสดุต่างๆ มากใช้ อย่างมากมาย เป็นวัสดุที่ผลิตออกมา ในขบวนการ อุตสาหกรรม สถาปนิก และ มัณฑนากร ได้นำสิ่ง ที่มีอยู่ อย่างหลายหลากนี้ มาออกแบบ ดัดแปลง ตกแต่ง ให้ได้สิ่งที่แปลกใหม่น่าตื่นตา อาทิ นำเอา ลามิเนท พลาสติกลายสีสดใส มาปูลง บนเฟอร์นิเจอร์ ลักษณะแปลกๆ นำเอาไม้มาทาสี ร้อนแรง และเคลือบเงา การฉาบปูนบนผนัง ให้เป็นเส้นๆ เพื่อเลียนแบบ เสาลายคิ้วบัว และลวดลายต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นการแสดง ถึงวิธีการ และแบบการตกแต่ง อันหลายหลาก ซึ่งนำมาใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีใด เป็นสิ่งที่ดีที่สุด การตกแต่ง เพียงเล็กน้อย ก็อาจจะดีได้ เท่ากับการตกแต่ง ที่ต้องใช้จ่ายของ อย่างฟุ่มเฟือย หรืออาจจะนำวิธี การตกแต่ง หลายรูปแบบ มาผสานกันได้ ถ้าสามารถ ทำให้สอดคล้อง และในขอบเขตที่สมควร
การวางแผนผังห้องนั่งเล่น
ห้องรับแขกจะเป็นห้องแรกที่เข้ามาถึง ควรมีขนาด 12 ตารางเมตรขึ้นไป แล้วแต่ขนาดของบ้าน เมื่อจะลงมือตกแต่งห้องใดก็ตาม อย่าได้พยายาม ซื้อหา ข้าวของในการตกแต่ง ก่อนที่จะมี การวางแบบแปลน ให้เรียบร้อย ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ถูกต้อง และง่ายที่สุด ถ้าเราจะย้ายเข้ามาอยู่ ในบ้านที่ต้อง อยู่อาศัย เป็นเวลานาน ดังนั้นจึงควรวางแบบแปลน เพื่อให้ใช้ได้ ในระยะเวลานาน สิ่งที่ต้องพิจารณา อันดับแรก คือโครงสร้างของห้อง ว่าต้องมีการ ขยับขยาย หรือไม่ ถ้าต้อง มีการขยับขยายก็ต้องลงมือทำสิ่งนี้ก่อน แต่ถ้าไม่ต้องก็ดำเนินขั้นต่อไป คือ การสร้างตู้ และชั้นวางของ และติดตั้งระบบไฟฟ้า และระบบระบายอากาศ หรือปรับอากาศ ตามแบบแปลน ที่วางไว้ ก่อนที่จะเริ่มงานตกแต่ง เช่น การจัด เฟอร์นิเจอร์ ปูพรม และรายละเอียดอื่นๆ แต่ถ้าเรา เช่าห้อง หรือบ้านอยู่ วิธีการตกแต่งที่ดีที่สุด คือ คงโครงสร้างเดิมไว้ให้มากที่สุด และแก้ไข ข้อบกพร่องต่างๆ ด้วยวิธีการของการตกแต่ง เช่น หน้าต่างที่ ใหญ่เกินไป ก็ติด บางส่วน ของหน้าต่าง ด้วยบังตา ถ้าหน้าต่างที่เล็กเกินไป อาจจะทำให้ดูกว้างขึ้นได้ ด้วย การติดกระจก
การจัดบริเวณนั่งเล่น
บริเวณนั่งเล่นเป็นส่วนสำคัญที่ใช้นั่งคุยกัน ดูทีวี ทานขนม เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ และพักผ่อน ดังนั้นที่นั่ง ที่ใช้ควรจะสบาย และจัดวางอุปกรณ์ การเล่นให้อยู่ใกล้ๆ กับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ ควรจะเคลื่อนย้ายได้ เพื่อให้เหมาะ กับการนำมาจัดใหม่ ในการ สังสรรค์กันแต่ละครั้ง ในกรณีที่เป็นห้องขนาดเล็ก แต่ถ้าเป็นห้องขนาดใหญ่ ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ และเคลื่อนย้าย ไม่ได้หนึ่งหรือสองตัว นอกจากนั้น ควรจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งสามารถนำมาตั้ง รวมกับเฟอร์นิเจอร์ประเภทแรก ได้เมื่อมีแขกมาเยี่ยม เป็นจำนวนมาก และเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ ซึ่งดัดแปลง ใช้ได้หลายอย่าง จะช่วยเปลี่ยนแปลง ให้
ที่มา:http://www.toplaza.com/adpics/1/4b1063cec31006e326adb93c5.jpg
ห้องรับประทานอาหาร การรับประทานอาหารที่บ้านนั้น มีความหมายไป ตั้งแต่ การวิ่งเข้า ครัวเพื่อหาอะไร ก็ได้สักอย่างมาแก้หิว การนั่งดูโทรทัศน์ไปพลาง ๆ ขณะที่เจ้าตู้อบ ไมโครเวฟ กำลังอุ่น แซนด์วิชสักชิ้น ไปจนถึง การจัดเลี้ยง อย่างเป็นการ เป็นงานสำหรับแขก คนสำคัญ
ข้อดีของการจัดเลี้ยงอาหารที่บ้าน มีตั้งแต่ การสังสรรค์ เพื่อนเก่า ๆ กระชับสัมพันธ์ กับเพื่อนใหม่ หรือแม้แต่ การสร้างความประทับใจ ให้กับเจ้านาย นอกจากนี้ บางคนยังถือเป็นโอกาส ที่จะแสดงฝีมือ การปรุงอาหาร ไปด้วยก็ได้ ดังนั้น ห้องรับประทานอาหารเอง ก็จะมี ความสำคัญในการสร้าง บรรยากาศเมื่อมี การจัดเลี้ยงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การกำหนดรูปแบบ ของงานที่เราต้องการให้เป็นไป การตกแต่งที่ ช่วยเสริมได้ แม้กระทั่งรสชาติของอาหาร ความเหมาะสม ในการใช้ ห้องรับประทานอาหาร เป็นห้องสนทนาต่อไป ภายหลัง จากการรับประทานอาหารแล้ว
ห้องรับประทานอาหารสามารถยืดหยุ่นได้ดีไม่ว่าจะเป็นขนาดของห้องและรูปร่าง เช่น อาจจะใช้ มุมใดมุมหนึ่ง ของห้องครัว ไปจนถึงการจัดห้องอาหารโดยเฉพาะในบ้านสมัยใหม่ส่วนใหญ่ แล้วห้อง รับประทานอาหาร มักจะเป็นที่ที่กำหนดขึ้นมา อย่างเหมาะสมเพื่อใช้ให้ เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ในการรับประทานอาหาร
ในบ้านที่มีเนื้อที่จำกัด การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ การตกแต่ง การเลือกชนิดของอุปกรณ์ ในการ รับประทานอาหาร อาจจะทำให้ สามารถดัดแปลง ห้องรับประทานอาหาร ให้ใช้ประโยชน์อย่างอื่น ได้อีกหลายลักษณะ เช่น ใช้เป็นห้องทำการบ้านของเด็ก ๆ เป็นห้องสมุดเล็ก ๆ หรือบางครั้ง ก็อาจจะเป็น ห้องนอน สำรอง สำหรับแขกผู้มาเยือน
จุดที่มักจะต้องให้ความสำคัญก็คือ ห้องรับประทานอาหาร ไม่ควรจะ อยู่ไกลจาก ห้องครัว เพราะอาหาร บางชนิด หากเสียเวลาไป กับการลำเลียง มาสู่ห้องรับประทานอาหาร นานเกินไป ก็อาจจะเสียรส ชาด หรือบางครั้ง ในการจัด งานปาร์ตี้ ในหมู่เพื่อนฝูง คนที่เข้าครัวปรุงอาหาร ก็จะขาด บรรยากาศ ที่สนุกสนาน ของงานไป แต่ข้อที่ควร ระวังสำหรับครัว ที่อยู่ติดกับห้อง รับประทานอาหาร ก็คือเรื่องของ กลิ่นอาหาร ขณะที่กำลังปรุง จะเข้ามารบกวนได้ ดังนั้น การระบายอากาศ หรือการใช้ เครื่องดูดควัน จึงกลายเป็น เรื่องจำเป็น ที่ขาดเสียไม่ได้ บรรยากาศ และ อิทธิพลต่อจิตใจ ของ ห้องรับประทาน อาหาร จะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ เฟอร์นิเจอร์ การใช้แสง การเลือกใช้สี ทั้งหมดนี้ จะขึ้นกับรสนิยม และความต้องการ ของเจ้าบ้าน การจัดวางตำแหน่ง ห้องรับประทาน อาหารภายในบ้าน จะต้องคำนึงถึง ประโยชน์ใช้สอย ร่วมกับห้องอื่น ๆ ด้วย
ห้องรับประทานอาหารในแบบฉบับของตัวเอง
มีคนแนะนำว่า การจะจัด ห้องรับประทานอาหาร สักห้อง ในบ้านให้ดีอย่างที่เราต้องการ ให้นึกไปถึง ร้านอาหาร ร้านโปรดของเรา โดยเฉพาะ ร้านอาหาร หรือภัตตาคาร ที่ประสพ ความสำเร็จ แน่นอนรสชาดอาหาร คือจุด สำคัญที่สุด แต่สิ่งแวดล้อม ที่ช่วยสร้างบรรยากาศ ซึ่งร้านอาหาร สามารถจัดได้หลายแบบเช่น มุมหนึ่ง อาจจะเป็น บรรยากาศ แบบพื้นบ้าน ส่วนอีกด้าน ก็เป็นแบบทันสมัย ซึ่งตกแต่งด้วย วัสดุจำพวกโลหะ ชุบโครเมียม แวววาวและฟอร์ไมกา ฯลฯ ผู้มาใช้บริการ ของร้าน จึงสามารถเลือกบรรยากาศ ให้เหมาะ กับวัตถุประสงค์ของตนเอง ภายในบ้านก็เช่นกัน ห้องรับประทานอาหาร อาจจะใช้ในหลายโอกาส ที่ต่างบรรยากาศกัน เช่นห้องจะสามารถตกแต่งให้ บรรยากาศ ดูสนใจสำหรับ การจัดปาร์ตี้ และห้องเดียวกันนี้ จะต้องไม่ดูเงียบเหงาจนเกินไปนัก หากจะต้องอยู่บ้าน รับประทานอาหาร ค่ำคนเดียว
ข้อสำคัญที่สุด จึงอยู่ที่ตัวเจ้าของบ้านเอง เพราะจะต้อง มีส่วนร่วม ในการรับประทานอาหาร อยู่เสมอ บางคนชอบรูปแบบ ที่เรียบร้อย ก็จัดห้องแบบสบาย ๆ เป็นกันเอง บางคนชอบปรุงแต่งรสอาหารเอง หรือบางคน ชอบมีเครื่องดื่ม ระหว่างอาหารไปด้วย ก็อาจจะจัด เคาน์เตอร์บาร์ สำหรับเสิร์ฟ ไวน์ หรือบรั่นดี ควบคู่ไปด้วย การที่ตกแต่ง ห้องรับประทานอาหาร ก่อนอื่นควรที่จะมอง แบบกว้าง ๆ ก่อนว่า ห้องควรจะเข้ากันได้ กับการตกแต่ง โดยทั่วไปของบ้าน ทดลองดูได้ โดยยก เฟอร์นิเจอร์ สักชิ้นจากห้องครัว มาไว้ใน ห้องรับประทานอาหาร จะต้องไม่รู้สึก ว่ามีความขัดแย้งกัน จนเห็นได้ชัด
จากนั้นก็มาดูกันที่ส่วนประกอบอื่น ได้แก่ โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เก็บของที่ผนัง และอุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ ควรจะเข้าชุดกันได้ ไม่ว่าจะเป็นสี แบบและ ความอ่อนแก่ของ โทนสี วัตถุประสงค์ที่ รองลงมาก็คือ เราต้องการให้ ห้องรับประทานอาหาร นี้ แสดงความคิดของเราในแง่ใดบ้าง เช่น การจัดบรรยากาศ แบบธรรมชาติ การจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์แบบโบราณ ฯลฯ รวมไปถึงการใช้ห้องนี้ เพื่อประโยชน์ อย่างอื่นด้วย ดังกล่าวแล้ว ข้างต้น
ลักษณะการใช้งานห้องรับประทานอาหาร
ไม่ว่าห้องอาหารจะตกแต่งไว้หรูหราเพียงใดก็ตาม สิ่งที่จะต้องคำนึง เป็นอย่างมากก็คือ ประโยชน์ใช้สอย สำหรับตัวเจ้าบ้านเอง และผู้มาร่วมรับประทานอาหาร การที่จะตัดสินใจ เกี่ยวกับ เรื่องนี้ ให้ได้ดี คงจะต้องเข้าใจ เสียก่อน ว่าห้องนี้จะใช้งานมากที่สุด ในช่วงใด เลี้ยงอาหารกลางวัน ในวันหยุด จัดเลี้ยงเฉพาะ ตอนกลางคืน ส่วนตอนกลางวัน ต้องใช้ประโยชน์อย่างอื่น ขนาดของโต๊ะ ที่จะต้องใช้การ จัดลำเลียงอาหารจากครัว ที่เก็บอุปกรณ์ ที่จะต้องใช้ ในการรับประทาน อาหาร การเลือกใช้แสง ผ้าม่าน ฯลฯ ทั้งหมดนี้จะต้อง กำหนดขึ้นมา เสียก่อน ที่จะออกไปซื้อ หรือสั่งทำเฟอร์นิเจอร์
ถ้าภายในบ้าน มีที่พอจะจัดเป็นห้องอาหารได้ โดยเฉพาะ ก็นับเป็นเรื่องที่ดีมาก ห้องรับประทานอาหาร ควรจะอยู่ติดกับ ห้องครัว กรณีเช่นนี้การจัดหาโต๊ะมา สำหรับวางอาหาร ก่อนเสิร์ฟ และการใช้ตู้เก็บของ ใน ห้องรับประทานอาหาร ก็กลายเป็น เรื่องที่ไม่จำเป็น แต่ถ้า ห้องรับประทานอาหาร อยู่ห่างจากห้องครัว ก็อาจจะต้องใช้การลำเลียงอาหารด้วย รถเข็น ซึ่งจะให้ ประโยชน์ ทั้งการนำอาหาร เข้ามาในห้อง และการขนเอา ภาชนะใช้แล้ว ออกไปจากห้องด้วย รถเข็นที่ออกแบบมา โดยมี เครื่องอุ่นอาหารไฟฟ้าในตัว ก็ใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าไม่สามารถจัดหามาได้ ก็อาจจะต้องใช้ การอุ่นอาหาร จากตู้อุ่น ซึ่งจะต้องวาง ในห้อง รับประทานอาหารด้วย
สำหรับครัวที่อยู่ติดกับ ห้องรับประทานอาหาร วิธีที่สะดวกอีกวิธีหนึ่ง ก็คือการทำช่อง สำหรับจัดส่ง อาหารที่ผนัง ระหว่างครัว กับห้องรับประทานอาหาร เพราะสามารถตัดความวุ่นวาย จากการส่งอาหาร ทางประตู ได้เป็นอย่างดี ช่องส่งอาหารนี้ จะต้องมี ที่วางอาหาร จานใหญ่ ๆ ได้อย่างเพียงพอ ทั้งสองข้าง และเมื่อส่งอาหารเข้ามาในห้อง หมดแล้ว ต้องมีบาน หน้าต่างเล็ก ๆ ปิดเพื่อความ
ที่มา:http://www.novabizz.com/CDC/DiningRoom.htm
ห้องนอนเพื่อสุขภาพ
เทคนิคสั้นๆ ที่จะช่วยให้ห้องนอนน่าอยู่และดีกับสุขภาพนี้ ใช้วิธีคิดแบบแบ่งส่วนประกอบต่างๆในห้องออกเป็น 5 ส่วนนะครับ ...
1. เตียงนอน เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สำคัญที่สุด ควรวางไว้ส่วนในสุดของห้อง หันหัวเตียงเข้าหาผนังทึบ ไม่ควรวางหัวเตียงตรงกับหน้าต่างหรือช่องเปิด เพราะจะเปิดปิดไม่สะดวก ม่านหน้าต่างห้อยลงมาเกะกะ ทำความสะอาดยาก ควรวางให้สามารถเดินรอบเตียงได้ทั้ง 3 ด้าน
2. หน้าต่าง ควรมีอย่างน้อย 2 ด้าน เพื่อการระบายอากาศที่ดี ให้ลมเข้า-ออก แต่ถ้ามีมากเกินไปอาจขาดความ
เป็นส่วนตัวและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ลำบาก แต่ก็อย่าให้แสงแดดในช่วงบ่ายเข้ามาในห้องมาก เพราะจะสะสมความร้อนทำให้ห้องร้อนในเวลากลางคืน
3. ระเบียง มีไว้ออกไปสูดอากาศ เป็นที่จัดสวน หรือตากผ้าห่ม เครื่องนอน ได้ก็ดี แต่ควรหมั่นทำความสะอาดไม่ให้เป็นพื้นที่เก็บฝุ่น และก็ไม่ควรอยู่ติดกับเตียง เพราะเสี่ยงที่ฝุ่นหรือมลภาวะภายนอกจะมาติดตามเตียง ผ้าห่ม หรือหมอนเราได้
4. ตู้เสื้อผ้า ควรแยกไปอยู่ส่วนแรกสุดของห้องนับจากประตู และควรอยู่ใกล้ห้องน้ำ จะได้ใช้งานต่อเนื่องกัน และฝุ่นหรือเศษเส้นใยจากเสื้อผ้าที่เก็บไว้จะได้ไมามาติดตามเตียง ผ้าห่ม และหมอนของเรา
5. เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ต้องระวังอย่าให้รกเก็บฝุ่นเพราะจะทำลายสุขภาพได้ในระยะยาว เช่น โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะทำงาน โต๊ะทีวีและเครื่องเสียง ตู้หรือชั้นหนังสือ โซฟา เก้าอี้พักผ่อน ฯลฯ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)






